| SVN Awards 2552 ประเภทรางวัลภาคสังคม เครือข่ายองค์กรชาวบ้านป่าชุมชนหนองเยาะ |
|
Share
หลัง จากป่าธรรมชาติถูกทำลายลงด้วยสัญญาสัมปทาน องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ก็เริ่มเข้าไปปลูกต้นยูคาลิปตัส แต่เนื่องจากไม้ยูคาฯ ซึ่งแม้จะเป็นพืชยืนต้นที่ใช้ประโยชน์ได้หลายประการ แต่ขณะเดียวกันก็ทำลายความอุดมสมบูรณ์ของดินอย่างร้ายแรง พืชอื่นที่อยู่ใกล้เคียงไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดี ทำให้การหาอยู่หากินของชาวบ้านต้องลำบากยากแค้น จึงเกิดความขัดแย้งระหว่างคนในชุมชนกับเจ้าหน้าที่สวนป่า ด้วย ความร่วมมือของนักวิชาการ นักพัฒนาหรือ NGO อาสาสมัคร และแกนนำในชุมชน ได้ร่วมกันก่อตั้ง “เครือข่ายองค์กรชาวบ้านป่าชุมชนหนองเยาะ” ซึ่งเป็นเครือข่ายของประชาชน ๗ หมู่บ้าน ๒ ตำบล ในอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อร่วมกันเข้าดำเนินการปกป้อง และฟื้นฟูสภาพป่าแทนองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ด้วย พลังแห่งความร่วมมือกันนั้นได้ทำให้ป่าสัมปทานแห่งนี้ กลายเป็นป่าสาธารณะของชุมชนในที่สุด ชาวบ้านสามารถร่วมกันฟื้นฟูสภาพป่า จนเกิดความอุดมสมบูรณ์ขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนปัจจุบัน นับเป็นเวลา ๑๓ ปี โดยได้การกำหนดกติกาในการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างสร้างสรรค์ ประชาชนทุกหมู่บ้านที่อยู่รอบแนวป่า ต่างได้รับประโยชน์ทั้งเป็นแหล่งอาหาร เห็ดป่า สมุนไพร ไม้ฟืนที่ได้จากกิ่งก้านของต้นไม้ โดยห้ามมิให้มีการตัดลำต้น ป่าชุมชนเป็นแหล่งหาอยู่หากินของชาวบ้านอย่างสำคัญยิ่ง เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาวชุมชนร่วมกันปกป้องรักษาป่าเอาไว้อย่างเหนียว แน่น นอกจากนั้นชาวชุมชนยังใช้ป่าเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนให้รู้จักคุณค่า และมีภาคภูมิใจในทรัพยากรท้องถิ่นของตน นับเป็นการเตรียมคนรุ่นใหม่ ให้สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้อย่างรอบคอบ ด้วยจิตวิญญาณที่กล้าหาญ มุ่งมั่นในการเปลี่ยนความเสื่อมโทรม จากซากป่าสัมปทานให้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ สามารถคืนความเป็นธรรมชาติของป่าให้แก่แผ่นดินด้วยการดูแลรักษา และปกป้องอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของ “เครือข่ายองค์กรชาวบ้านป่าชุมชน หนองเยาะ” นับเป็นแบบอย่างของการร่วมแรงร่วมใจ ของคนจากหลายชุมชนที่สามารถกระทำภาระกิจสำคัญอันยากลำบากนี้ จนเห็นผลเป็นที่ประจักษ์อย่างน่าชื่นชม |

ป่าหนองเยาะ ตำบลตาคง และ ตำบลพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์เคย เป็นป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่หลังจากการให้สัมปทานตัดไม้เพื่อทำไม้หมอนรถไฟ ป่าหมดลงอย่างรวดเร็ว ป่าหนองเยาะที่เคยเขียวขจีกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม จากพื้นที่ป่าเก้าหมื่นไร่ในปี ๒๕๒๒ เหลืออยู่เพียง ๑๕๐๐ ไร่ ในปัจจุบัน